คติ/ข้อคิดที่ได้จากเรื่องรามเกียรติ์:)

วรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์นอกจากจะให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้ว ตัวละครในเรื่องยังได้แสดงถึงคุณธรรมที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เช่น

- พระรามเป็นบุตรที่มีความกตัญญูต่อบิดามารดา โดยยินยอมออกเดินป่าเป็นเวลาถึง ๑๔ ปีเพื่อรักษาความสัตย์ของบิดา

- ในเรื่องความยุติธรรมของท้าวมาลีวราชที่ไม่เข้าข้างฝ่ายทศกัณฐ์ซึ่งเป็นหลานของตน แต่ฟังความจากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกคน

- การไม่เห็นแก้พวกพ้องจนเสียความยุติธรรม เห็นได้จากสุครีพ ที่สาบานเป็นเพื่อนตายกับพิเภกแต่เมื่อได้รับบัญชาให้สอบสวนนางเบญจกายซึ่งปลอมตัวเป็นนางสีดาตายลอยน้ำมาลวงพระราม สุครีพสอบสวนความได้ว่า นางเป็นธิดาของพิเภกจึงเชื่อคำให้การของนางเบญจกายแต่ก็ให้นางเข้าพบพระรามเพื่อตัดสินคดี ไม่ปล่อยให้นางเป็นอิสระทันที

- ความกล้าหาญในการรบของหนุมานและสุครีพ ที่ต่อสู้กับศัตรูอย่างกล้าหาญ

ข้อคิดที่ได้จากวรรณคดีรามเกียรติ์ตอนศึกไมยราพ

๑. การคบเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญ ดังภาษิตที่ว่า "คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล" เรื่องนี้เราจะเห็นได้จากไมยราพไปคบกับทศกัณฐ์แล้วไปช่วยทศกัณฐ์กำจัดพระราม โดยที่ไมยราพไม่ได้สืบสวนเรื่องราวก่อนว่าใครผิดใครถูก ไมยราพจึงต้องพบจุดจบอย่างน่าอนาถ
๒. "ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย" เราจะเห็นว่า ตอนที่ไมยราพมาแอบดูไพร่พลของพระรามหลังจากแกว่งกล้องมณีจนพลลิงทั้งหลายเข้าใจว่าสว่างแล้ว ต่างพากันละเลยหน้าที่ เพราะเหตุนี้จึงทำให้ไมยราพเข้ามาสะกดทัพได้โดยง่าย นี่ก็เกิดจากเหตุที่ประมาท ไม่พิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าแสงสว่างที่เห็นนั้นเป็นแสงอาทิตย์หรือไม่
๓. การทำงานใดๆ ความสำเร็จของงานจะเกิดขึ้นได้ก็โดยใช้คนเหมาะกับงาน เช่น หนุมานถูกใช้ให้มาติดตามช่วยพระราม หนุมานสามารถทำได้สำเร็จ เพราะหนุมานเหมาะแก่งานรบ ทั้งยังมีจิตใจองอาจ ไม่เกรงภยันตรายใดๆ
๔. การทำงานใดๆ ย่อมมีอุปสรรค เพราะฉนั้นผู้ที่ไม่ท้อถอยหรือย่อท้อต่ออุปสรรคเท่านั้นที่จะได้รับความสำเร็จ ดังที่หนุมานลงมาตามหาพระรามที่เมืองบาดาล หนุมานก็ต้องใช้สติปัญญา ความสามารถและไหวพริบแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ
๕. การทำร้ายจิตใจผู้อื่นซึ่งแม้จะเป็นผู้ที่ด้อยกว่าเรามากๆ ก็ตาม สักวันหนึ่งผลกรรมนั้นก็จักสนอง ดังเช่นไมยราพใช้ให้นางพิรากวนไปตักน้ำใส่กระทะต้มลูกชาย ทำให้นางพิรากวนต้องกลายไปเป็นพวกของหนุมานเพราะความจำเป็น
๖. ศัตรูที่ร้ายกาจของคนเราก็คือคนที่ใกล้ชิดกับเรา ทั้งนี้เพราะคนที่ใกล้ชิดจะเป็นคนที่รู้จุดอ่อนหรือจุดด้อยของเราได้ดีที่สุด เช่นที่ไมยราพต้องมาตายก็เพราะนางพิรากวนบอกเรื่องไมยราพถอดดวงใจเป็นแมลงภู่ไว้ที่ยอดเขาตรีกูฏนี่เอง
๗. คนเราทำกรรมใดไว้กรรมนั้นย่อมสนอง ดังจะเห็นได้จากไมยราพคิดฆ่าพระรามและไวยวิก โดยที่ทั้งสองไม่ใช่คนทำผิดคิดร้าย ผลกรรมจึงสนองให้ไมยราพต้องเป็นฝ่ายตายเสียเอง
๘. แม่เป็นผู้ที่รักลูกอย่างที่สุด เพราะฉนั้นนางพิรากวนจึงได้คร่ำครวญถึงไวยวิกอย่างน่าสงสารและพร้อมที่จะตายตามลูกไ
ด้